Written by 12:13 pm Home & Garden, Products Views: 3

ลาก่อนปลวกและไม้โก่ง! เจาะลึก 5 เหตุผลที่คนรักบ้านยุคใหม่เปลี่ยนใจจากไม้จริง มาใช้ไม้เทียม

ลาก่อนปลวกและไม้โก่ง! เจาะลึก 5 เหตุผลที่คนรักบ้านยุคใหม่เปลี่ยนใจจากไม้จริง มาใช้ไม้เทียม
ลาก่อนปลวกและไม้โก่ง! เจาะลึก 5 เหตุผลที่คนรักบ้านยุคใหม่เปลี่ยนใจจากไม้จริง มาใช้ไม้เทียม

ลาก่อนปลวกและไม้โก่ง! เจาะลึก 5 เหตุผลที่คนรักบ้านยุคใหม่เปลี่ยนใจจากไม้จริง มาใช้ไม้เทียม

ความใฝ่ฝันของคนอยากมีบ้านหลายคนคือการได้สัมผัสกับ “เสน่ห์ของไม้ธรรมชาติ” ความอบอุ่น ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ และความรู้สึกหรูหราที่ส่งผ่านจากฝ่าเท้าเมื่อก้าวเดิน ทว่าในความเป็นจริง โดยเฉพาะในภูมิอากาศแบบร้อนชื้นอย่างประเทศไทย ความฝันนั้นมักจะถูกทำลายลงด้วยปัญหาที่แก้ไม่ตกอย่าง ปลวก ความชื้น และอาการโก่งตัวของไม้ที่ทำเอาเจ้าของบ้านต้องกุมขับ

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา นวัตกรรมวัสดุก่อสร้างได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ไปมาก “พื้นไม้เทียม” ($Artificial$ $Wood$) ไม่ใช่เพียงแค่พลาสติกราคาถูกที่ดูหลอกตาอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นวัสดุวิศวกรรมชั้นสูงที่รวมเอาข้อดีของไม้จริงและเทคโนโลยีพอลิเมอร์เข้าไว้ด้วยกัน บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 เหตุผลสำคัญว่าทำไมการเปลี่ยนใจมาใช้ไม้เทียม จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและมอบความสุขในการอยู่อาศัยได้มากกว่าในระยะยาว

1. อวสานสงครามเงียบ: บอกลา “ปลวก” ศัตรูตัวร้ายอันดับหนึ่ง

หากถามเจ้าของบ้านไม้ว่าอะไรคือสิ่งที่น่ากลัวที่สุด คำตอบเกือบ 100%  คือ “ปลวก” ปลวกเปรียบเสมือนศัตรูที่ทำสงครามเงียบอยู่ใต้พื้นบ้านของคุณ พวกมันสามารถกัดกินโครงสร้างไม้จริงจนกลวงโบ๋ภายในเวลาไม่กี่เดือน โดยที่คุณอาจไม่รู้ตัวเลยจนกว่าจะเหยียบลงไปแล้วพื้นยุบ

  • ไม้จริงคือเมนูโอชา: ไม้ธรรมชาติมี “เซลลูโลส” ซึ่งเป็นสารอาหารหลักของปลวก แม้คุณจะใช้น้ำยากันปลวกราคาแพงเพียงใด ประสิทธิภาพของน้ำยาก็จะเสื่อมถอยไปตามกาลเวลา ทำให้ต้องมีการอัดน้ำยาซ้ำทุกๆ 1 ถึง 2 ปี ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่สะสม
  • ไม้เทียมคือปราการเหล็ก: ไม่ว่าจะเป็นไม้ประเภท WPC หรือ SPC ส่วนประกอบหลักคือพลาสติกพอลิเมอร์และผงหิน ซึ่งปลวกไม่สามารถย่อยสลายหรือกินเป็นอาหารได้ การติดตั้งไม้เทียมจึงเป็นการตัดวงจรปัญหาจากต้นเหตุ คุณจะได้รับความสบายใจอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องเสียเงินจ้างบริษัทกำจัดปลวกมาดูแลส่วนพื้นอีกเลยตลอดอายุการใช้งาน

2. ชนะขาดสภาพอากาศ: ไม่บวม ไม่โก่ง แม้แดดร้อนหรือฝนกระหน่ำ

ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตเส้นศูนย์สูตรที่มีความแปรปรวนของสภาพอากาศสูงมาก ในหนึ่งวันพื้นไม้ของคุณอาจต้องเจอทั้งแสงแดดจัดที่อุณหภูมิผิวสูงถึง 40 ถึง 50 องศาเซลเซียส และความชื้นสูงจากฝนที่ตกลงมาอย่างกะทันหัน

  • ธรรมชาติของไม้จริง: ไม้คือวัสดุที่มีรูพรุน  ซึ่งทำหน้าที่เหมือนฟองน้ำ เมื่อความชื้นสูงไม้จะดูดน้ำและขยายตัว เมื่อแดดจัดไม้จะคายน้ำและหดตัว การยืดหดอย่างต่อเนื่องนี้เองที่นำไปสู่ปัญหา “ไม้โก่ง” (Warping) หรือ “ไม้แตกราน” (Cracking) ซึ่งนอกจากจะไม่สวยงามแล้ว ยังอาจเกิดอันตรายจากการสะดุดหรือเสี้ยนไม้ตำเท้าได้
  • เสถียรภาพของไม้เทียม: ไม้เทียมถูกออกแบบมาให้มีอัตราการดูดซึมน้ำเกือบเป็น 0 โดยเฉพาะไม้ SPC ที่มีส่วนผสมของแคลเซียมคาร์บอเนต (ผงหิน) ทำให้โครงสร้างมีความเสถียรสูงมาก ไม่ว่าอุณหภูมิจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แผ่นไม้จะยังคงเรียบสนิทและเกาะล็อกกันแน่นหนา ไม่เกิดปัญหาเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเวลาเดิน หรือรอยห่างระหว่างแผ่นไม้ที่มักพบในไม้จริง

3. ความปลอดภัยและสุขภาพ: มาตรฐานใหม่เพื่อคนที่คุณรัก

ในอดีต หลายคนกังวลว่าไม้เทียมอาจมีสารเคมีตกค้างหรือกลิ่นพลาสติกที่อันตราย แต่ปัจจุบันมาตรฐานการผลิตได้ยกระดับไปสู่ความปลอดภัยขั้นสูงสุด

  • สารระเหยต่ำ (Low VOCs): ไม้เทียมคุณภาพสูงมักได้รับใบรับรองระดับ E1 หรือ E0 ซึ่งการันตีว่ามีการปล่อยก๊าซฟอร์มาลดีไฮด์ในระดับที่ต่ำมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ต่างจากไม้จริงราคาถูกหรือไม้อัดบางประเภทที่อาจใช้น้ำยาอาบไม้ที่มีสารเคมีรุนแรง
  • กันลื่นและถนอมเท้า: พื้นผิวของไม้เทียมมักมีการออกแบบลายร่องลึก  ที่นอกจากจะดูเหมือนไม้จริงแล้ว ยังทำหน้าที่เพิ่มแรงเสียดทาน ช่วยป้องกันการลื่นล้ม โดยเฉพาะในบ้านที่มีผู้สูงอายุและเด็ก นอกจากนี้ ไม้เทียมบางประเภทยังมีความยืดหยุ่นในตัว ช่วยซับแรงกระแทกได้ดีกว่าการเดินบนพื้นกระเบื้องที่แข็งกระด้าง

4. ความงดงามที่ยั่งยืน: สีสวยคงทน ไม่ต้องขัดเคลือบใหม่ทุกปี

พื้นไม้จริงนั้นสวยงามที่สุดในวันที่ติดตั้งเสร็จใหม่ๆ แต่ความสวยนั้นมักจะโรยราไปอย่างรวดเร็วหากขาดการบำรุงรักษาที่เข้มข้น

  • ภาระการดูแลไม้จริง: เพื่อให้ไม้จริงดูใหม่อยู่เสมอ คุณต้องเผชิญกับขั้นตอนที่ยุ่งยาก ทั้งการขัดหน้าไม้  การลงสีย้อมไม้  และการเคลือบเงา  ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้มักมาพร้อมกับฝุ่นคลุ้งและกลิ่นเหม็นของสารเคมีที่ยาวนานหลายวัน
  • ความทนทานต่อแสง UV: ไม้เทียมเกรดพรีเมียมมีการผสมสารป้องกันรังสี UV ลงไปในเนื้อวัสดุ ทำให้สีสันของพื้นยังคงความสดใส ไม่ซีดจางง่ายแม้จะโดนแดดส่องผ่านหน้าต่างทุกวัน การทำความสะอาดเพียงแค่ใช้ไม้ถูพื้นชุบน้ำบิดหมาดก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พื้นดูเหมือนใหม่อยู่เสมอ

5. ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์: จ่ายครั้งเดียวจบในระยะยาว

หากเปรียบเทียบราคาต่อตารางเมตรตอนซื้อครั้งแรก ไม้เทียมคุณภาพดีอาจมีราคาใกล้เคียงหรือสูงกว่าไม้จริงบางชนิด แต่เมื่อมองที่ “ค่าใช้จ่ายรวมตลอดอายุการใช้งาน” ภาพจะเปลี่ยนไปทันที

  • ประหยัดค่าซ่อมบำรุง: ลองคำนวณค่าจ้างช่างมาขัดพื้นและลงสีใหม่ทุก 2 ปี รวมถึงค่าน้ำยากำจัดปลวก เมื่อรวมกันในระยะเวลา 10 ปี ค่าบำรุงรักษาไม้จริงอาจสูงกว่าราคาค่าติดตั้งครั้งแรกเสียอีก
  • การติดตั้งที่รวดเร็ว: ไม้เทียมรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ใช้ระบบ Click-lock ซึ่งติดตั้งได้รวดเร็วกว่าการปูไม้จริงแบบเดิมถึง 3 เท่า ช่วยลดค่าแรงช่างและลดเวลาที่เจ้าของบ้านต้องทนกับฝุ่นและเสียงดังจากการก่อสร้าง

การตัดสินใจที่ชาญฉลาดเพื่อบ้านที่สมบูรณ์แบบ

การเลือกวัสดุปูพื้นบ้านไม่ใช่เพียงเรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือการเลือก “คุณภาพชีวิต” ในวันข้างหน้า ไม้เทียมในปัจจุบันได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำหน้าที่ทดแทนไม้จริงได้อย่างไร้ที่ติ ทั้งในแง่ของสัมผัส ลวดลาย และที่สำคัญที่สุดคือ “ความทนทาน”

การบอกลาปลวกและความกังวลเรื่องไม้โก่ง แล้วเปิดใจให้ไม้เทียมคุณภาพสูง จะช่วยให้คุณมีเวลาพักผ่อนในบ้านที่สวยงามมากขึ้น และมีเวลาเหลือไปทำกิจกรรมที่รัก แทนที่จะต้องคอยปวดหัวกับการซ่อมแซมพื้นบ้านที่ไม่จบสิ้น เพราะบ้านคือที่พักกายและใจ การลงทุนกับวัสดุที่ลดภาระและเพิ่มความสุขจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยครับ

Visited 3 times, 1 visit(s) today
Close